ครั้งหนึ่ง Vincent Van Gogh และ Paul Gauguin เคยเป็นรูมเมทกันในระยะเวลากว่า 9 สัปดาห์

The Yellow House ที่ Van Gogh และ Gauguin เคยอาศัยร่วมกันทำงานศิลปะปี 1888 หนึ่งในช่วงเวลาแห่งการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านศิลปะที่เข้มข้นที่สุดในประวัติศาสตร์

เป็นระยะเวลาช่วงสั้นๆ กว่า 63 วันในฤดูใบไม้ร่วงปี 1888 ณ บ้านสีเหลือง (The Yellow House) แห่งหนึ่งบริเวณหัวมุมของ Place Lamartine ในเมืองอาร์ลส์ ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเคยเป็นที่อยู่อาศัยร่วมกันของสองศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดสองคนของโลก คือ Vincent Van Gogh และ Paul Gauguin

The Yellow House, 1888 โดย Vincent Van Gogh

ถึงแม้บ้านสองชั้นที่เรียบง่ายหลังนี้จะไม่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน แต่ได้รับการรังสรรค์ให้เป็นผลงานศิลปะด้วยกันสองชิ้น คือ The Yellow House (1888) และ The Bedroom (1888) โดย Vincent Van Gogh

The Bedroom, 1888 โดย Vincent Van Gogh

Van Gogh ย้ายมาอาศัยอยู่ที่เมืองนี้เพื่อที่จะสร้าง “Studio of The South” ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยและการทำงานร่วมกับเหล่าศิลปินในขณะที่จะได้ศึกษาบริบทต่างๆ ของชนบทโดยรอบไปด้วย เขาได้ทำการส่งคำเชิญไปให้ศิลปินจากหลากหลายแห่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Paul Gauguin 

Gauguin ตอบรับคำเชิญของ Van Gogh ทันที โดยเขาได้รับการสนับสนุนทางการเงินจาก Theo พี่ชายของ Van Gogh โดยที่ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าการตอบรับคำเชิญนี้ จะนำมาสู่การอยู่ร่วมกันของสองสุดยอดศิลปินแห่งยุค

แต่การอยู่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ของทั้งสองก็จบลง หลังจากที่ Van Gogh ได้ตัดหูข้างซ้ายของเขาด้วยความเกรี้ยวกราด ทำให้ Gauguin ย้ายกลับไปทำงานที่กรุงปารีสในที่สุด และหลังจากนั้นทั้งสองสุดยอดศิลปินก็ไม่เคยได้พบกันอีกเลย 

หนึ่งปีก่อนหน้านั้น Gauguin อยู่ในช่วงการค้นหาแนวทางงานศิลปะของตนที่หลุดพ้นจากกระแสอิมเพรสชั่นนิสต์หลักจากกรุงปารีส เขาจึงขึ้นเรือกลไฟข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปยังประเทศปานามา เพื่อที่จะใช้เวลาสร้างงานศิลปะในเมืองมาร์ตินีก ซึ่งเป็นหนึ่งในอาณานิคมของฝรั่งเศส การเดินทางในครั้งนี้เริ่มต้นจากความอยากท่องโลกกว้างของเขา ซึ่งจะแสดงลักษณะของชีวิตเร่ร่อนที่เขาเหลืออยู่

The Mango Trees, 1887 โดย Paul Gauguin

ผลงานศิลปะกว่า 17 ชิ้นและสมุดเสก็ตช์ 3 เล่ม ของ Gauguin เสร็จสมบูรณ์ในขณะที่อาศัยอยู่ที่กระท่อมแห่งหนึ่งในมาร์ตินีกกับจิตรกรชาวฝรั่งเศสชื่อ Charles Laval

Gauguin พัฒนาผลงานจากการวาดภาพฉากภูมิทัศน์ทางธรรมชาติกลายเป็นงานที่มีสีที่สด รูปร่างที่เป็นปริศนาและมักจะเป็นภาพผู้หญิง ประสบการณ์ใหม่ที่มาร์ตินีกปลดปล่อยให้เขาได้เพลิดเพลินกับการตวัดฝีแปรง และหาแนวทางใหม่ในโลกศิลปะของเขา

หลังจากที่ Gauguin กลับไปยังกรุงปารีสในเดือนพฤศจิกายน 1887 เขาได้ทำการจัดแสดงผลงานของตนที่อพาร์ทเม้นต์ Émile Schuffenecker ซึ่งเป็นสถานที่ของเพื่อนเขาเอง และด้วยความบังเอิญที่ Theo และ Vincent ได้มีโอกาสเห็นผลงานของ Gauguin ทำให้ทั้งสองเกิดความประทับใจในผลงานศิลปะเป็นอย่างมาก 

The Postman Joseph Roulin, 1888 โดย Vincent Van Gogh

ทำให้ทั้งสองพี่น้องซื้อภาพวาดภาพหนึ่งในราคากว่า 400 ฟรังก์ ซึ่งนับว่าเป็นการซื้อผลงานศิลปะที่แพงที่สุดสำหรับพวกเขา และ Van Gogh ได้ทำการแลกภาพวาดดอกทานตะวันของเขาเองสองภาพกับภาพวาดฉากแม่น้ำของ Gauguin หนึ่งภาพ ทั้งสามคนนี้จึงมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันตั้งแต่นั้นมา

Van Gogh ชื่นชอบผลงานของ Gauguin เป็นอย่างมากและได้สร้างแรงบันดาลใจให้เขาย้ายไปยังเมืองอาร์ลส์ในไม่มีเดือนการหลังจากพบ Gauguin ครั้งแรก เพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปะใหม่ที่หลุดพ้นจากกระแสงานศิลปะในกรุงปารีส 

The Night Cafe, 1888 โดย Paul Gauguin

สองพี่น้อง Van Gogh มีความสำคัญต่อชื่อเสียงที่โด่งดังของ Gauguin หลังจากที่เขากลับจากมาร์ตินีกเป็นอย่างมาก เนื่องจาก Theo ผู้ที่อยู่ในวงการจัดแสดงและซื้อขายผลงานศิลปะนั้นมีความสำคัญต่อการนำเสนอผลงานศิลปะของ Gauguin ทั้งการจัดแสดงและการขายผลงาน แต่เรื่องที่น่าเศร้าก็เกิดขึ้น เมื่อ Theo เสียชีวิตก่อนวัยอันควรในปี 1891 

Vincent Van Gogh Painting Sunflowers, 1888 โดย Paul Gauguin

และในปี 1888 นี่เองที่ Van Gogh และ Gauguin ใช้เวลาอยู่ร่วมกันใน The Yellow House กว่าเก้าสัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทั้งสองวาดลวดลายบนผ้าใบแคนวาสและแลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านศิลปะกันอย่างเข้มข้น Van Gogh วาดภาพเสร็จไปกว่า 36 ชิ้น และ Gauguin วาดภาพเสร็จไปกว่า 21 ชิ้น และในจำนวนภาพทั้งหมดนั้น ยังมีภาพบุคคลซึ่งทั้งสองศิลปินวาดภาพกันและกันเอง 

แม้ว่า Gauguin จะลาจากที่แห่งนี้ไปหลังจากการตัดหูตัวเองของ Van Gogh แต่ความเป็นมิตรภาพระหว่างทั้งสองนั้นไม่บุบสลาย ทั้งสองยังมีการส่งจดหมายหากันอยู่เป็นระยะ พวกเขายังเคารพซึ่งกันและกันในฐานะศิลปินที่ยิ่งใหญ่ 

L’Arlésienne: Madame Joseph-Michel Ginoux, 1888-89 โดย Vincent Van Gogh

ใน Avant et après (1903) อัตชีวประวัติของ Gauguin ที่เขาเขียนในช่วงปีสุดท้ายของชีวิต เขาได้รำลึกถึงช่วงเวลาหนึ่งที่เคยอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกับ Van Gogh ไว้ว่า “ถึงแม้การได้มาอยู่ร่วมกันนั้นจะไม่ได้เป็นที่รับรู้ต่อสาธารณะชน แต่นับว่าเป็นช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล ที่ได้ทำงานและใช้เวลาร่วมกัน และเป็นประโยชน์ต่อเราทั้งคู่ หรืออาจจะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นเช่นกัน”

ไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองศิลปินนั้นใช้ชีวิตร่วมกันอย่างไร แต่สุดท้ายแล้วระยะเวลาเก้าสัปดาห์นี้นับเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ของวงการศิลปะโลกที่ได้จารึกไว้ และช่วงเวลานั้นอาจเป็นช่วงเวลาแห่งการแลกเปลี่ยน เรียนรู้งานศิลปะที่เข้มข้นที่สุดช่วงเวลาหนึ่งก็เป็นได้

RELATED POSTS

Interior

Heytea Daydreamer

ร้านชากับการใช้นิยามกับ “ระยะห่าง” และ “ความสัมพันธ์” ของพื้นที่ใหม่ผ่านงานศิลปะวัฒนธรรมจีนโบราณ

Zeitz Museum of Contemporary Art Africa
Architecture

Zeitz Museum of Contemporary Art Africa

พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยแห่งแรกของทวีปแอฟริกาที่แสดงผลงานศิลปะของชาวแอฟริกันและศิลปินทั่วทุกมุมโลก ด้วยการออกแบบและก่อสร้างที่เข้าไปจัดการกับอาคารเก่าบริเวณท่าเรือริมทะเล จนกลายมาเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยที่ดีที่สุดในโลก

COVID-19 Pavillion
Architecture

COVID-19 Pavilion

สนามเด็กเล่นจำลองที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้พวกเราทำความรู้จัก ใกล้ชิดกับเชื้อไวรัสมากยิ่งขึ้นและได้เป็นส่วนร่วมในการต่อสู้กับมัน