Urban Nomads : Fleeting Tectonic From affordable Materials

Urban Nomads : Fleeting Tectonic From affordable Materials

สถาปัตยกรรมเปลี่ยนที่ตั้ง : การประกอบสร้างแบบชั่วคราวจากวัสดุหาง่ายในเมือง

ประกอบสร้างคุณภาพชีวิตจากสถาปัตยกรรมเร่ร่อน

เป็นเวลานานหลายศตวรรษที่มนุษย์ได้อยู่อาศัยภายใต้อาคารและสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ มั่นคง แข็งแรง ทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศ เพื่อปกป้องตนเองจากสภาพแวดล้อมและแสดงถึงศักยภาพในการสร้างสรรค์ของตน สถาปัตยกรรมได้ถูกขยายตัวและขยายขนาดขึ้นเรื่อยๆ จากบ้านกลายเป็นหมู่บ้าน ไปสู่เมืองที่มีอาคารขนาดใหญ่ขึ้น ขยายออกเป็นเมืองใหญ่และตึกสูง อาคารเหล่านี้ถูกสร้างด้วยความปรารถนาให้ตั้งอยู่ได้อย่างยาวนานที่สุดที่จะเป็นไปได้ 

แต่ความถาวรของสถาปัตยกรรมไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกสิ่งเสมอไป การเปลี่ยนแปลงของสังคมและวัฒนธรรมเมือง ทำให้เกิดการใช้งานพื้นที่และกิจกรรมแบบชั่วคราวที่ถูกสอดแทรกและซ้อนทับอยู่บนพื้นที่เมือง ซึ่งเกิดขึ้นและหายไปโดยที่เราอาจไม่ทันรู้ตัว

ความสนใจในพื้นที่ชั่วคราวเหล่านี้ถูกนำมาศึกษาโดยการเลือกจากรูปแบบการใช้งานที่พบได้มากในพื้นที่เมืองกรุงเทพมหานคร ซึ่งพบว่าพื้นที่พักของคนงานมีความน่าสนใจด้วยลักษณะที่เต็มไปด้วยวิถีชีวิต มีความเฉพาะตัว และการแสดงออกซึ่งความพยายามและการดิ้นรนในเมืองใหญ่ สำหรับกลุ่มคนเหล่านี้นั้น สถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ พื้นที่สวยงามที่ถูกประดับตกแต่งนั้นแทบไม่มีความจำเป็น หลงเหลือเพียงความต้องการในวิถีชีวิตประจำวัน

โปรแกรมของสถาปัตยกรรมคือการพัฒนารูปแบบของที่พักคนงานก่อสร้างซึ่งมีการทำงานแบบย้ายพื้นที่ไปตามไซท์งานต่างๆ ซึ่งเป็นอาคารชั่วคราวที่ถูกใช้งานเป็นเวลานาน และรูปแบบเดิมมักมีลักษณะที่ไม่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย และมักกลายเป็นพื้นที่ขาดปฏิสัมพันธ์กับบริบทและดูอันตราย และในพื้นที่เหล่านี้ยังเกิดปัญหาต่างๆ ทั้งเรื่องความปลอดภัย และการขาดโอกาสในการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับเมือง

คำถามคือสถาปัตยกรรมจะต้องถูกออกแบบอย่างไรเพื่อให้สามารถทำงานบนที่ตั้งที่เปลี่ยนแปลงไป และมีความเหมาะสมกับพฤติกรรมและวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัย คนเหล่านี้ที่มีส่วนร่วมในการสร้างสถาปัตยกรรมควรมีพื้นที่แบบไหนเพื่อการดำรงชีวิต ?

ผู้คนที่อาศัยอยู่ในที่พักคนงานส่วนมากเป็นคนจากต่างถิ่น ทั้งจากต่างจังหวัด ที่ตัดสินใจเข้ามาดิ้นรนหางานในเมืองหลวง และจากประเทศเพื่อนบ้าน ปัญหาคุณภาพชีวิตภายในที่พักคนงานเป็นปัญหาที่มีมาค่อนข้างยาวนาน เนื่องจากที่พักคนงานเป็นอาคารที่ใช้เพียงชั่วคราวเพื่อเป็นที่พักระหว่างการก่อสร้าง 

ผู้ประกอบการมักต้องการลงทุนให้กับส่วนนี้ให้น้อยที่สุดเพื่อลดค่าใช้จ่าย ที่พักคนงานจึงมีลักษณะที่ประกอบขึ้นด้วยวิธีการง่ายๆ และวัสดุก่อสร้างที่หาได้ง่ายในไซท์งาน อย่างเช่นไม้ แผ่นไม้อัด แผ่นสังกะสี และในโครงการใหญ่ๆ อาจจะเลือกใช้ตู้คอนเทนเนอร์ ซ้อนกันและแบ่งซอยเป็นห้องๆ สำหรับพักอาศัย เพื่อการก่อสร้างที่รวดเร็วและมีอายุการใช้งานที่ยืนยาว

พื้นที่ห้องพักมักจะมีปัญหาในเรื่องของแสงและการระบายอากาศไม่ดีพอ ทำให้ภายในเกิดความร้อน ไม่น่าอยู่อาศัย และขาดการปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่ภายนอกอาคาร นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงในการเกิดเพลิงไหม้ และอุบัติเหตุจากวัสดุก่อสร้างที่ไม่เป็นระเบียบ นอกจากนี้ในที่พักคนงานยังมีเด็กและผู้หญิงอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมและเสี่ยงอันตราย ทั้งเสี่ยงต่อการถูกล่วงละเมิด และเด็กที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ไม่ได้รับการศึกษาและสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อให้เกิดการเรียนรู้ เนื่องจากที่พักคนงานคิดถึงการอยู่อาศัยเพียงชั่วคราวและไม่ได้คิดถึงความจำเป็นเหล่านี้

การออกแบบสถาปัตยกรรมมุ่งเน้นที่การแก้ปัญหาของที่อยู่อาศัยเดิม ด้วยการปรับปรุงวิธีการก่อสร้างและการใช้งานวัสดุของอาคาร และทำให้เกิดพื้นที่ที่เหมาะสมกับพฤติกรรมของผู้ใช้ การออกแบบโปรแกรมของสถาปัตยกรรมคิดเป็นกลุ่มอาคารสำหรับคนงาน 50 คน เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการ ด้วยการจัดการประโยชน์ใช้สอยของพื้นที่เดิม ประกอบไปด้วย พื้นที่พักอาศัย ห้องน้ำ ลานซักล้าง ให้มีคุณภาพมากขึ้น และเพิ่มพื้นที่ใช้สอยใหม่ที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิต ประกอบไปด้วย พื้นที่ครัวรวม พื้นที่ปลูกผักและเลี้ยงไก่ พื้นที่ทานอาหารที่ใช้สำหรับพบปะพูดคุย พื้นที่สันทนาการ และพื้นที่สำหรับการพัฒนาความรู้สำหรับเด็ก และมีการเก็บเกี่ยวทรัพยากรจากธรรมชาติ เช่น น้ำฝนและไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์

ระบบการวางผังของสถาปัตยกรรมถูกออกแบบให้มีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะสามารถเคลื่อนย้ายไปตั้งอยู่บนพื้นที่ที่มีรูปร่างแตกต่างกันได้ในแต่ละไซท์งาน และสามารถขยายตัวและต่อเติมพื้นที่เพื่อเติมเต็มความต้องการใช้การใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยเพื่อให้เกิดความรู้สึกที่สัมพันธ์กันระหว่างผู้ใช้งานและสถาปัตยกรรม และออกแบบโดยใช้เงื่อนไขจากขนาดมาตรฐานของวัสดุที่สามารถหาได้ง่าย เพื่อการใช้งานวัสดุอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า และสามารถซ่อมแซมหรือปรับปรุงได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน

เริ่มต้นจากยูนิตพื้นฐานสำหรับพักอาศัย ซึ่งเป็นส่วนที่จำเป็นที่สุดสำหรับที่พักคนงาน ให้มีการใช้งานพื้นที่อย่างคุ้มค่าโดยการจัดระเบียบให้การใช้งานมีความกะทัดรัดมากขึ้น และแก้ปัญหาเรื่องแสงและการระบายอากาศโดยใช้ช่องเปิดที่ใหญ่ขึ้นและสามารถเลือกเปิดปิดได้ เพื่อให้ยูนิตพื้นฐานสามารถใช้งานได้ในแต่ละช่วงเวลาที่สภาพอากาศแตกต่างกัน และเลือกใช้ระบบโครงสร้างแบบเฟรมเหล็กถอดประกอบซึ่งมีความยืดหยุ่นและรวดเร็วในการก่อสร้าง และสามารถขนส่งได้ด้วยยานพาหนะหลายขนาดด้วยคุณสมบัติในการถอดประกอบ

ลักษณะการใช้งานของตัวสถาปัตยกรรมถูกแบ่งออกเป็นสามรูปแบบ ประกอบไปด้วย ตัวสถาปัตยกรรมพื้นฐาน ที่ถูกออกแบบเป็นระบบโครงสร้างที่ถูกผลิตจากโรงงาน และขนย้ายไปประกอบที่ไซท์งาน ส่วนที่สองคือพื้นที่ต่อเติมที่ตอบสนองวิถีชีวิตด้วยการเพิ่มชิ้นส่วนโครงสร้างที่รองรับการต่อเติมจากวัสดุที่หาได้ในไซท์งาน เพื่อการใช้ปรับโยชน์และปรับเปลี่ยนโดยผู้ใช้งาน และสุดท้ายคือพื้นที่เชื่อมต่อที่ว่างของอาคารที่ ประกอบขึ้นจากโครงสร้างและวัสดุที่หาได้ภายในโครงการก่อสร้าง ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูง

การเลือกใช้วัสดุเป็นการผสมผสานกันระหว่างวัสดุที่แข็งแรงและวัสดุที่ยืดหยุ่น ระบบโครงสร้างเฟรมประกอบใช้เหล็กเป็นวัสดุเนื่องจากมีความแข็งแรงทนทานและรับน้ำหนักได้ดี มีความคลาดเคลื่อนจากการผลิตที่น้อยและชิ้นส่วนผนังและหลังคาเลือกใช้วัสดุที่มีความแข็งแรงและราคาถูก เช่น แผ่นสังกะสีและไม้อัด

โดยใช้โครงสร้างเหล็กของผนังช่วยเสริมความแข็งแรงของชิ้นส่วน เพื่อช่วยลดความเสียหายจากการถอดประกอบและขนย้าย และวัสดุยืดหยุ่นเช่นผ้าใบ พลาสติก หรือตาข่าย มาช่วยห่อหุ้มในช่องโหว่ของโครงสร้าง เช่น ฝ้าและกันสาด หรือพื้นที่ต่อเติมต่างๆ เพื่อให้การขนย้ายทำได้อย่างสะดวกและช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและทางเลือกให้กับสถาปัตยกรรม

การออกแบบทั้งหมดมีความต้องการที่จะจัดระเบียบและขับเน้นวิถีชีวิตที่มีเอกลักษณ์ของกลุ่มคนเหล่านี้ออกมาสู่สภาพแวดล้อมรอบๆ พื้นที่ตั้ง เพื่อสร้างความเชื่อมต่อทางสายตาและกิจกรรมที่เกิดขึ้นรอบๆ เพื่อไม่ให้พื้นที่พักคนงานกลายเป็นพื้นที่ที่มีความน่ากลัวและดูอันตรายอย่างที่เคยเป็น เพื่อลดช่องว่างความสัมพันธ์ระหว่างเมืองกับคนเหล่านี้ให้น้อยลง

วิทยานิพนธ์ชิ้นนี้เป็นเพียงหนึ่งความคิดเห็นที่มีต่อสถาปัตยกรรมเปลี่ยนที่ตั้ง และผู้ใช้งานที่มักไม่ถูกเหลียวแลในเมืองใหญ่ ซึ่งอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คิดต่อไปได้ว่า พื้นที่เหล่านี้จะเป็นอย่างไร เมื่อคิดถึงสถาปัตยกรรมชั่วคราวที่ตั้งอยู่ในช่วงเวลาหนึ่ง และอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากที่สิ่งเหล่านี้หายไป และการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สามารถสร้างประโยชน์ให้กับเมืองและสภาพแวดล้อมอย่างไร

REF : ธนาธรณ์ นามศรีฐาน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

More Stories
Why Architects Should Watch Inception