Snakes and Ladders

Snakes and Ladders

เครื่องมือการสอนเรื่องปรัชญาในรูปแบบเกม

“งู” และ “บันได” กับการตีความของการออกแบบในเกม

“บันไดงู” บอร์ดเกมที่เป็นที่คุ้นหูคุ้นตาในความทรงจำวัยเด็กของทุกคน ภายใต้ความสนุกสนานในวัยเยาว์ของพวกเราเมื่อเล่นเกมนี้ ลึกๆ แล้ว “บันไดงู” นับเป็นเครื่องมือการสอนที่ทรงพลังมากอย่างหนึ่ง ที่มาจากการออกแบบที่เรียบง่ายและใช้มายาวนานกว่านับพันปี 

“บันไดงู” ที่เรารู้จักในในชื่อ “Snakes and Ladders” นั้นได้รับการเปลี่ยนแปลงในกลายเป็นแบบที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบันโดย Milton Bradley ในปี 1943 ซึ่งใช้ชื่อว่า “Chutes และ Ladders” และกลายเป็นหนึ่งในเกมได้รับความนิยมสำหรับเด็กมากที่สุดในโลกเกมหนึ่ง

การกำเนิดขึ้นครั้งแรกของบันไดงูนั้นต้องย้อนกลับไปกว่าพันปีที่แล้วในทางตอนเหนือของอินเดีย ในอดีตพวกเขาเรียกเกมชนิดนี้ว่า “Gyan Chauper” ซึ่งมีหลากหลายความหมายด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น “Game of Self-Knowledge”, “Ladder to Salvation” หรือ “Steps to the Highest Place” และความหมายเหล่านี้เองก็แสดงเนื้อหาที่เกมนี้ต้องการที่จะสื่อสารได้เป็นอย่างดี

“บันไดงู” ไม่ได้เป็นเพียงเกมที่เล่นเพื่อความสนุกเท่านั้น แต่ยังเป็นเกมที่สอดแทรกคำสอนทางศาสนาและคุณค่าทางวัฒนธรรม ซึ่งเกมนี้ได้ดำรงอยู่และได้รับการพัฒนามานานหลายศตวรรษ แม้บริบทและคุณค่าอาจเปลี่ยนไป แต่ใจความสำคัญของการออกแบบที่ใช้ “งู” และ “บันได” ยังคงอยู่เหมือนเดิม

“งู” และ “บันได” นั้นเปรียบเสมือนบทเรียนทางศีลธรรม เพราะผู้เล่นจะได้สัมผัสกับเส้นทางแห่งโชคชะตาที่ “บันได” จะพาคุณพุ่งสูงขึ้นไปหรือ “งู” ที่จะหาคุณดิ่งลงมา และเรียนรู้ผลที่ตามมากับคุณธรรมและความชั่วร้าย ลักษณะของเกมนี้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการออกแบบที่ง่ายต่อการเข้าใจมากที่สุด และสามารถเสริมสร้างความรู้ทางวัฒนธรรมและความเชื่อได้อย่างง่ายที่สุด

“บันไดงู” ของศาสนาเชน ฮินดู อิสลามและพุทธ นั้นมีการบันทึกและเก็บรักษาไว้อย่างดี มักจะทำจากผ้าทอและทาสีลงไป ซึ่งมีเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้นที่ยังเหลืออยู่ในสภาพที่สมบูรณ์หลังจากช่วงศตวรรษที่ 18

การก้าวขึ้นจากบันไดและตกลงไปโดยงูนั้นเป็นเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้ร่วมกันกับเรื่องราวทางจิตวิญญาณของศาสนาต่างๆ คนทั่วไปที่เคร่งศาสนาจะเล่นเกมนี้เพื่อเป็นรูปแบบหนึ่งของการทำสมาธิหรือการออกกำลังกายโดยชุมชน ช่วยส่งเสริมการสอนศาสนาในรูปแบบของการศึกษา ที่ไม่เกี่ยวข้องกับหนังสือหรือคำเทศนา

เนื้อหาของตารางแต่ละช่องจึงถูกพิจารณาอย่างรอบคอบ การเชื่อมต่อของช่องต่างๆ นั้นมีจุดประสงค์เพื่อการไตร่ตรองเกี่ยวกับหลักคำสอนและตารางทุกช่องก็สะท้อนถึงภาพกว้างเมื่อนำเอาคำสอนต่างๆ เหล่านั้นมารวมกัน ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณร่วงลงมาโดยงูในช่องใดช่องหนึ่ง ช่องสี่เหลี่ยมอื่นที่อยู่รอบๆ ช่องนั้นก็จะมีข้อความที่เป็นแง่คิดและมีความสัมพันธ์กับช่องที่คุณตกลงมา 

การออกแบบของเกมนั้นก็มีรายละเอียดที่ซับซ้อนเช่นกัน ซึ่งจะมีการใส่แนวคิดทางจิตวิญญาณที่แตกต่างกันหรือร่างจักรวาลวิทยาของศาสนาลงไปในเกม รวมไปจนถึงสัดส่วนของ “งู” ต่อ บันได” ที่ส่วนใหญ่มักจะมี “งู” มากกว่า เนื่องจากเป็นอีกวิธีในการสื่อสารให้ผู้เล่นเห็นว่า ในชีวิตของมนุษย์นั้น การเลือกเดินทางที่ถูกต้องและชอบธรรมนั้นยากและต้องใช้ความพยายามมากนัก

นอกจากรายละเอียดที่ซับซ้อนแล้ว การออกแบบก็มีความสวยงามเช่นเดียวกัน ช่องต่างๆ ในตารางมักประดับไปด้วย วลีที่เกี่ยวข้องกับหลักคำสอนทางศาสนาที่เคร่งครัด, ตัวเลข, สถาปัตยกรรม, ลวดลายพืชพรรณไม้ หรือสัญลักษณ์ของวิญญาณ

บางครั้งแถวของตารางสี่เหลี่ยมจะถูกจัดเรียงตามระดับของการตรัสรู้ แม้แต่ในรูปทรงที่บอกถึงร่างกายมนุษย์สะท้อนแนวคิดต่างๆ เช่นเส้นทางของกรรม จักระหรือแนวคิดอื่นเกี่ยวกับระดับของอาณาจักรทางวิญญาณ เกมนี้ยังเป็นรูปแบบของศิลปะและความสวยงามที่มีความสำคัญ เป็นเสมือนพิธีกรรมอย่างหนึ่งที่ไม่ต่างจากการเข้าไปทำพิธีกรรมในศาสนสถาน

การปรับตัวให้ทันสมัยของเกมนี้มีความเข้มงวดน้อยลงในข้อความที่พวกเขาพยายามจะสื่อสาร ในเวอร์ชั่นของอเมริกันยุค 80 มีการแนบแนวคิดบทเรียนทางศีลธรรมเป็นภาพวาดอย่างง่ายๆ ที่ได้รับความนิยมอย่างมากคือ เด็กชายที่กำลังจะช่วยแมวและพบเพื่อนใหม่ที่ด้านบนของบันได หรือเด็กสาวที่รับประทานช็อคโกแลตมากเกินจนทำให้เธอป่วยและร่วงตกลงมา แต่ไม่มีลำดับที่ชัดเจนของความสัมพันธ์ในตารางแต่ละช่องเหมือนในเกมบันไดงูในอดีต

ทั้งในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาให้เกมนี้เป็นเครื่องมือหนึ่งในการสร้างวิสัยทัศน์ทางศีลธรรมและความรู้ทางวัฒนธรรมของเด็ก และในทุกวันนี้ “บันไดงู” ยังคงแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของมันที่ใช้เป็นเครื่องมือทางการศึกษา ในการส่งเสริมการคิดเชิงเส้นและแนวคิดที่เป็นลำดับขั้นตอนของเด็ก ซึ่งได้รับการพัฒนาในรูปแบบที่หลากหลายที่ช่วยพัฒนาความรู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
วิธีการเผชิญความขัดแย้ง หรือวงจรการทำฟาร์มในท้องถิ่น

“บันไดงู” ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการเล่นเพื่อชนะ แต่สอนและสื่อสารผ่านประสบการณ์การเล่น เพราะในยุคสมัยของเรานั้นเกมต่างๆ เป็นสิ่งที่ช่วยสอนและสะท้อนวัฒนธรรมต่างๆ ไม่แพ้กันกับภาพยนตร์ ดนตรีหรือวรรณกรรม เกมจึงกลายเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการพัฒนาของมนุษย์

More Stories
K59 Atelier merges its studio and home