Rethinking Artistic Space for Diverse Society

ความพยายามในการสร้างสถาปัตยกรรมที่รองรับศิลปะและวัฒนธรรมที่หลากหลาย สู่การเปลี่ยนโรงภาษีเก่าให้เป็นศูนย์กลางการแสดงออกทางศิลปะของเจริญกรุง

จากสถาปัตยกรรมที่งดงามในอดีต สู่สถาปัตยกรรมเพื่อศิลปะและวัฒนธรรมที่หลากหลายในปัจจุบัน

ปากท้องมาก่อน ศิลปะมาทีหลัง” คือคำพูดที่ปลูกฝังความคิดที่เราต้องทำมาหากินเพื่อเอาชีวิตรอดก่อน เมื่อเรามีฐานะร่ำรวยแล้วเราจึงจะสามารถสนใจศิลปะได้ ซึ่งในทรรศนะของวิทยานิพนธ์นี้คือ จริง ๆ แล้วเราทุกคนล้วนขาดศิลปะไม่ได้ เพียงแต่เราแต่ละคนต่างมีศิลปะที่ชื่นชอบ และวิธีการเสพศิลปะที่แตกต่างกันไปตามแรงผลักดันจากสังคมที่เราอยู่ ไม่จำเป็นที่จะต้องมีกินจนเหลือใช้แล้วจึงสนใจศิลปะได้ 

ความคิดนี้ก็ได้ถูกพูดถึงในต่างประเทศเช่นเดียวกัน ตัวอย่างเช่นในภาพยนตร์เรื่อง Parasite กำกับโดย Bong Joon-ho ถ้าใครยังไม่ได้ดูแนะนำให้ข้ามย่อหน้านี้ไปเลยครับเพื่อไม่เป็นการสปอยล์ ใครที่ดูแล้วก็น่าจะนึกถึงตัวละครที่อยู่ใต้ดินออก จะมีฉากนึงที่ตัวละครนั้นพูดถึงความสวยงามของสถาปัตยกรรมที่สุดยอดสถาปนิกของเกาหลีเป็นคนออกแบบ ได้อย่างเข้าใจความสวยงามของมันจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้มีงานมีเงิน หรือมีบ้านของตัวเองเลยด้วยซ้ำ แต่ก็สามารถที่จะชื่นชมงานศิลปะ หรือสถาปัตยกรรมและเข้าใจมันได้ไม่ต่างกับคนที่มีฐานะเลย

วิทยานิพนธ์นี้จึงมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้คนในสังคมโดยเฉพาะในเมืองได้สัมผัสกับพื้นที่ทางศิลปะ และกิจกรรมทางศิลปะมากขึ้น โดยที่พยายามลดกำแพงที่มองไม่เห็นระหว่างคนกับพื้นที่ชื่นชมงานศิลปะลง เมื่อเราพูดถึงพื้นที่ที่คนเมืองไปชื่นชมงานศิลปะกัน ที่แรกที่จะนึกถึงเลยก็คือ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) โดยที่ BACC เป็นตัวอย่างที่ดีของหอศิลป์ในยุคปัจจุบัน

เพราะเมื่อเราลองพิจารณาโปรแกรมในหอศิลป์ก็จะพบว่า ในหอศิลป์เองก็เริ่มมีการปรับตัวเพื่อดึงดูดคนให้เข้ามาทำกิจกรรมอย่างอื่นในหอศิลป์มากขึ้น ด้วยการเพิ่มโปรแกรมอื่นเข้าไปอย่างเช่น ร้านค้า ร้านอาหาร พื้นที่จัดกิจกรรมสัมมนาต่าง ๆ แต่เท่านี้ก็ยังไม่ได้เข้าถึงคนทุกกลุ่มจริง ๆ หรือเปล่า เพราะคนในสังคมมีหลากหลายกลุ่ม อาชีพ วัฒนธรรม ใช้มาตรฐานเดียวในการแสดงและชมงานศิลปะมันก็คงจะไม่ได้ จึงสรุปเบื้องต้นได้ว่า “หอศิลป์ในปัจจุบันยังไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต”

โครงการนี้ได้ยกย่านเจริญกรุงมาเป็นย่านทดลอง โดยเลือกที่ตั้งเป็นอาคารเก่าริมน้ำคือ อาคารศุลกสถาน และสถานีตำรวจน้ำบางรักที่อยู่ติดกัน ด้านหลังของอาคารติดกับชุมชนมัสยิดฮารูณ ซึ่งชุมชนมัสยิดฮารูณติดกับ TCDC ที่เป็นเสมือนกับจุดศูนย์กลางของย่านสร้างสรรค์เจริญกรุง เหตุผลที่ตั้งโครงการเป็นพื้นที่ริมน้ำ เพราะว่าอยากให้ทั้งริมน้ำและถนนเจริญกรุงนั้นเชื่อมต่อกัน อีกทั้งริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพมหานครนั้นก็เรียงรายไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย จึงจะช่วยให้การย่านสร้างสรรค์เจริญกรุงเชื่อมต่อกันและแข็งแรงมากขึ้น

โดยอาคารศุลกสถานมีลักษณะเป็นกลุ่มอาคารสามอาคาร เรียงตัวกันเป็นรูปตัว C เพื่อความเข้าใจง่ายในการอธิบาย จะขอเรียกอาคารทิศเหนือติดกับตำรวจน้ำว่าอาคาร ปีกซ้าย อาคารตรงกลาง เรียกว่าอาคารประธาน และอาคารทิศใต้ติดกับ สถานทูตฝรั่งเศสเรียกว่า อาคารปีกขวา ซึ่งอาคารศุลกสถานเป็นอาคารอนุรักษ์ จึงต้องมีความระมัดระวังอย่างมากว่าจะไม่ได้ลดคุณค่าของอาคารลง 

จึงต้องทดลองวิธีการทำงานกับอาคารเก่าหลากหลายรูปแบบ จนได้ข้อสรุปว่าภายในอาคารจะเกิดการทุบผนังให้น้อยที่สุด โดยจะทุบออกในส่วนที่เป็นช่องเปิดอยู่แล้วเพื่อเพิ่มการเชื่อมต่อเท่านั้น และจะเพิ่มคุณภาพของพื้นที่ภายในด้วยการนำพื้นไม้เดิมออกเพื่อให้ได้เป็น Double height space โดยที่บางจุดจะทิ้งร่องรอยประวัติศาสตร์ของการใช้ตงขนาดใหญ่พาดระหว่างกำแพงรับน้ำหนักสองฝั่งเอาไว้ด้วย

ในพื้นที่อาคารเก่าจะถูกเปลี่ยนการใช้สอยจากเป็นที่พักของครอบครัวตำรวจน้ำที่ได้ย้ายออกไปแล้วดังนี้
อาคารปีกขวา เป็นอาคารที่มีห้องที่เป็นผนังรับน้ำหนักอยู่ห้องเดียว สันนิษฐานว่าถูกใช้เป็นห้องเก็บสมบัติที่ได้มาจากการเก็บภาษีของศุลกสถาน อาคารนี้จึงมีความสำคัญในการเล่าประวัติศาสตร์อาคารได้ดี จึงถูกใช้เป็นพื้นที่ต้อนรับ และจัดแสดงนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับอาคารศุลกสถาน 

– อาคารประธาน ส่วนใหญ่จะใช้เป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ โดยชั้นล่างจะเพิ่มการเชื่อมต่อกับชุมชนที่ปีกซ้ายชั้น 1 ของอาคารเพิ่มเติม และชั้น 3 ปีซ้ายของอาคารจะถูกใช้เป็นห้องจัดเลี้ยงเหมือนกับที่เคยเป็นในอดีต 

– อาคารปีกซ้าย ถูกใช้เป็น Auditorium ซึ่งจะให้ประสบการณ์ใหม่แก่พื้นที่ในอาคารเก่า และอาคารนี้ยังใช้เป็นอาคารที่มีทางเชื่อมต่อออกไปที่อาคารใหม่อีกด้วย

อีกหนึ่งความท้าทายในการออกแบบ คืออาคารใหม่ที่จะตั้งอยู่ข้างอาคารเก่า เพราะถ้าทำทันสมัยมากเกินไปก็จะทำให้อาคารนั้นถูกข่มได้ จากการสัมภาษณ์อาจารย์สมชาติ จึงสิริอารักษ์ ได้ข้อมูลว่าอาคารเก่ารูปแบบตะวันตกเช่นเดียวกับศุลกสถานนี้ ในตะวันตกนั้นมีมากมายมหาศาล แต่ในประเทศเรามีอยู่เพียงไม่กี่อาคาร ซึ่งอาคารที่จะมีความสำคัญเท่ากับศุลกสถานนั้นก็ถือว่ามีน้อย การออกแบบจึงต้องเลือกหาวิธีการที่จะทำงานกับอาคารเก่าได้อย่างเบาบางที่สุดเหมือนอาคารจางหายไปกับชุมชนด้านหลัง ซึ่งก็ต้องมีประโยชน์ใช้สอยที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ 

เมื่อเรานึกถึงกิจกรรมทางศิลปะที่สาธารณะที่สุดก็คงไม่พ้น ตลาดนัดศิลปะ ซึ่งโครงสร้างที่จะถูกใช้บ่อยในกิจกรรมประเภทนี้คือ โครงสร้างนั่งร้าน (Scaffolding) ที่สามารถประกอบ และรื้อเก็บอย่างง่ายดาย แต่ถ้าหากใช้เหล็ก อาคารเก่ากับอาคารใหม่คงไม่มีความสัมพันธ์กัน ไม้จึงถูกเลือกนำมาใช้เพราะภายในอาคารศุลกสถานแทบทุกส่วนใช้ไม้เป็นหลัก การใช้ไม้เชื่อมต่อมาจากชั้นสองของอาคารเก่า จึงเป็นเหมือนการสลับจากโครงสร้างที่เคยซ่อนอยู่ข้างในออกมาแสดงตัวอยู่ภายนอก 

โดยใช้โครงสร้างแบบประกอบสร้างที่ทุกข้อต่อจะไม่ต้องใช้ตะปูเลย โดยเลือกข้อต่อเถรอดเพลมาใช้ เพราะเป็นรูปแบบที่ไม่มีช่องว่างในข้อต่อเลยไม้จะไม่เสียกำลังในการรับน้ำหนัก ซึ่งโครงสร้างของอาคารใหม่นี้ก็จะเป็นร่มเงาและ เอื้อให้เกิดกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น ตลาดนัดศิลปะ, พื้นที่แสดงงานศิลปะ หรือแม้กระทั่งลานแสดงดนตรี

นอกจากนี้การมีที่ตั้งอยู่ริมน้ำยังสามารถสร้าง “พื้นที่ทางศิลปะเคลื่อนที่” ลอยไปตามแม่น้ำเจ้าพระยาหรือเข้าไปในคลองเล็ก ๆ ได้อีกด้วย จึงเกิดเป็น Mobile Unit ที่มีหลากหลายรูปแบบ ทำให้คนไม่จำเป็นจะต้องเดินทางออกมาชื่นชมศิลปะเพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป ซึ่ง Mobil unit จะสามารถเป็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับศิลปะก็ได้เช่น เวทีการแสดง, พื้นที่นั่งชมการแสดง, หอศิลป์ หรือสวนสาธารณะก็ย่อมเกิดขึ้นได้ นอกจากนั้นเมื่อต่อกันในรูปแบบต่าง ๆ จะทำให้เกิดเวทีที่ขนาดใหญ่ขึ้น, สวนสาธารณะที่ขนาดใหญ่ขึ้น หรือจะกลายเป็นกลุ่มก้อนของพื้นที่ทางศิลปะหลายประเภทที่ลอยอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา

REF : ก้องเดช หวานจริง : คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

RELATED POSTS

Interior

Heytea Daydreamer

ร้านชากับการใช้นิยามกับ “ระยะห่าง” และ “ความสัมพันธ์” ของพื้นที่ใหม่ผ่านงานศิลปะวัฒนธรรมจีนโบราณ

Zeitz Museum of Contemporary Art Africa
Architecture

Zeitz Museum of Contemporary Art Africa

พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยแห่งแรกของทวีปแอฟริกาที่แสดงผลงานศิลปะของชาวแอฟริกันและศิลปินทั่วทุกมุมโลก ด้วยการออกแบบและก่อสร้างที่เข้าไปจัดการกับอาคารเก่าบริเวณท่าเรือริมทะเล จนกลายมาเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยที่ดีที่สุดในโลก

COVID-19 Pavillion
Architecture

COVID-19 Pavilion

สนามเด็กเล่นจำลองที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้พวกเราทำความรู้จัก ใกล้ชิดกับเชื้อไวรัสมากยิ่งขึ้นและได้เป็นส่วนร่วมในการต่อสู้กับมัน