"X" the Xhibition

“X” the Xhibition

"การจากลา"

เมื่อบทกวีเล่าถึงเรื่อง "การจากลา" ออกมาในรูปแบบงานศิลปะ

Slowmotion ดีไซน์สตูดิโอชั้นนำของประเทศไทยนำเสนอนิทรรศการศิลปะสื่อผสมจากบทกวีชุดใหม่ของตุล ไวฑูรเกียรติ กวีและนักร้องชื่อดัง ซึ่งในครั้งนี้กวีได้อุทิศผลงานทั้งหมด 26 บทให้กับ “การจากลา” ซึ่งเป็นแก่นสารที่ตกผลึกจากเหตุการณ์ในช่วงชีวิตที่ผ่านมาของเขา

ตุล ไวฑูรเกียรติ – นุติ์ นิ่มสมบุญ

ตัวอักษร “X” คือตัวแทนของสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งเชื่อมโยงและเสริมแรง “การจากลา” เหล่านั้นให้ทรงพลังจนระเบิดออกมาเป็นตัวอักษร

เมื่อถ้อยคำกลายเป็นเครื่องระบายความคับข้องของจุดจบและความพลัดพรากตามวิสัยของกวี Slowmotion จึงตั้งคำถามถึง “การจากลา” และทางออกจากความสูญเสียในมุมมองของชีวิตอื่นๆ ด้วยงานออกแบบประสบการณ์ที่รวบรวมศิลปะหลากหลายสาขา ทั้งด้านภาพและเสียง ในลักษณะทั้งรูปธรรม นามธรรม จากจุดกำเนิดซึ่งคือตัวอักษรในบทกวีทั้ง 26 บทนี้เอง 

“รัฐศาสตร์ – รักศาสตร์”

วิธีทางรัฐศาสตร์ที่แม้จะคิดค้นมาอย่างรอบคอบเท่าใด ก็ยังไม่สามารถจัดการทุกอย่างให้เป็นที่พอใจของทุกฝ่ายได้ เรื่องราวของความรักระหว่างคนสองคนย่อมไม่มีใครที่สมประโยชน์ได้อย่างเท่าเทียมกัน ดีไซเนอร์แทนค่าของวิธีทางกฎหมายด้วยกริดสี่เหลี่ยมที่ชัดเจนเป็นระเบียบ และแทนค่าของความรักด้วยกริดรูปวงกลมที่มีส่วนซ้อนทับกันดั่งความสัมพันธ์ของคู่รัก แล้วจึงสร้างตัวอักษรจากกริดทั้งสองแบบที่มาซ้อนกันอีกที เสมือนเป็นการผสมผสานกันในส่วนเหมือนและต่างของรัฐศาสตร์และรักศาสตร์ตัวอักษรทั้งหมดอยู่บนพื้นหลังที่เป็นภาพชายหาบเร่ ซึ่งหาบแต่ละข้างย่อมแกว่งไปมาด้วยน้ำหนักที่ไม่เท่ากัน ดังความจริงของชีวิตที่ไม่มีอะไรเท่าเทียมกันอย่างสมบูรณ์

“เสี่ยง”

ความเสี่ยง คือความสูญเสียซึ่งคาดเดาไม่ได้ว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ เรายอมเสี่ยงกับทั้งการลงทุนและความรัก ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นไร ความรักไม่แน่นอนนี้ทำให้ดีไซเนอร์สร้างชุดของตัวอักษรที่มีความลื่นไหลด้วยการใช้รูปทรงแบบออแกนิก ซึ่งในที่นี้คือภาพโปรไฟล์ของชายผมยาวคนหนึ่งที่ถูกตัดทอนจนกลายเป็นตัวอักษรแต่ละตัว ภาพรวมของชิ้นงานที่มีพื้นหลังเป็นสีชมพูและตัวอักษรที่พลิ้วไหวเป็นตัวแทนของความรักที่มีความไม่แน่นอนตามธรรมชาติ ส่วนข้อมูลการลงทุนที่ถูกจัดเรียงย่อหน้าอย่างมีระเบียบ คือเปลือกนอกของสิ่งที่ดูแม่นยำ น่าเชื่อถือ แต่แท้จริงแล้วคือเรื่องที่ไม่แน่นอนเช่นเดียวกับความรัก

“คนดี”

“เธอเป็นคนดี แต่เคมีเราไม่เข้ากัน” บทกวีสุดคลาสสิคที่ทำให้ดีไซเนอร์นึกถึงพลังของประโยคนี้ที่ทำร้ายใครต่อใครมามากมายแล้ว ยังนึกถึงประเด็นของคำว่า “เคมี” ในบริบทนี้ อันเป็นการตอบสนองต่อลักษณะนิสัยที่ทำงานในระดับจิตใต้สำนึกของแต่ละคน ซึ่งเป็นเรื่องยากที่เคมีของใครแต่ละคนจะเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์ ดีไซเนอร์จึงประดิษฐ์สัญลักษณ์แทนตัวอักษรโดยใช้ภาพบททดสอบทางจิตวิทยาแบบ inkblot ซึ่งนิยมใช้ในการประเมินความรู้สึกในระดับจิตใต้สำนึก เพื่อสื่อถึงความแตกต่างกันของจินตนาการ ทัศนะคติ แรงจูงใจ ของแต่ละคนที่ยากจะเหมือนกัน

“พฤษภา”

ความสัมพันธ์ของคนสองคนอาจจะมีจุดเรื่องต้นในอดีตที่รู้สึกไปในทางเดียวกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปและพัฒนาไปสู่ความสัมพันธ์ที่ล้มเหลว รอยแผล ความผิดหวังทั้งมวลนั้นสะท้อนถึงธรรมชาติที่คาดหวังและควบคุมให้เป็นดั่งใจไม่ได้ เหมือนภาพจากการหยดสีลงน้ำ ซึ่งสีทั้งหลายต่างไหลไปเองอย่างไม่อาจคาดเดาได้ เมื่อมีสีอื่นที่หยดลงไปเพิ่มก็ย่อมทำให้ภาพเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เหมือนมีปัจจัยใหม่ที่เข้าไปสร้างเหตุการณ์ให้ความสัมพันธ์ไม่สมหวังดังที่ฝัน

“โทรเลข”

อาการนอนไม่หลับและความฝันของกวีที่ถูกรุมเร้าด้วยความเสียใจถูกแทนที่ด้วยชุดกระโปรงยาวโปร่งแสง ที่สื่อถึงความลางเลืองของบุคคลที่อยู่ในฝันภายใต้ความไม่แน่ใจนั้นยังมีปริศนาที่ไขไม่ออก กวีจึงไม่มีทางอื่นนอกจากจดจารถ้อยคำของเขาลงไป ดังเช่นงานปักที่ฝังข้อความลงไปบนเนื้อผ้าอย่างถาวร

“เจ้าหญิงนิทรา”

บททกวีกล่าวถึงนิทานก่อนนอนของเด็กๆ ซึ่งในชีวิตจริงความรักของเจ้าหญิงและเจ้าชายอาจจะไม่ได้จบอย่างสวยงามอย่างในนิทานก็ได้ ดีไซเนอร์เปรียบความรักในโลกแห่งความจริงเป็นนิทานที่โดนดัดแปลงเนื้อหาให้บิดเบี้ยง โหดร้าย จึงตีความออกมาเป็นโทรทัศน์ยุคเก่าที่ฉายนิทาน แบบบิดเบือนซ้ำๆ ไปมา ไม่มีจุดจบ

“ปราชญ์”

กวีเสียดสีตัวเองผ่านบทกลอนถึงตัวตนของเขาที่ถูกเรียกขานว่าเป็นผู้รู้ แต่แท้จริงแล้วเขาไม่เคยประสบความสำเร็จ เพราะกลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม ดังเช่นการออกตามหาแสงตะวันในยามราตรี ซึ่งไม่มีวันจะเป็นไปได้ ชิ้นงานที่เป็นดวงจันทร์สื่อถึงแสงสว่างในตอนกลางคืนที่ไม่ใช่แสงจากดวงอาทิตย์จริงๆ หากแต่เป็นเพียงแสงสะท้อนของดวงอาทิตย์จากดาวเคราะห์ที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง

“ความรักหรือการเมือง – Left

ความรักมีทั้งแง่ดีและร้าย กวีเปรียบเทียบความรักกับการเมืองที่เป็นตัวอย่างของดาบสองคม ซึ่งมีทั้งประโยชน์และความคดโกง ชิ้นงานจึงถูกนำเสนอในรูปแบบของสองมุมมอง เป็น piñata รูปหน้าคนยิ้มและหน้าคนเศร้าอยู่สองด้านซึ่งจะวางอยู่บนกระจกเงา ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองจากมุมไหน ก็จะเห็นความเป็นทวิลักษณ์ของความรักนั่นเอง

พี่ชาย”

ความรักแบบพี่ชายเป็นคำอ้างที่ฟังดูดี แต่ทำให้คนที่เป็นฝ่ายผิดหวังต้องเจ็บปวด ซึ่งเป็นสถานะที่กวีหรือใครก็ตามที่มีความรักต่างไม่ต้องการมากที่สุด ถึงแม้จะต้องเป็นพี่ชายจริงๆ ก็อยากจะผลักไสให้ไปเกิดต่างครรภ์มารดา เพื่อที่จะไม่ต้องได้เป็นพี่ชายตามสายเลือด ดีไซเนอร์มองถึงความชิงชังสถานะพี่ชายนี้ และตีความอย่างเสียดสีออกมาเป็นสูติบัตรยืนยันให้ยอมรับสถานะพี่ชาย และสายรัดข้อมือทารกแรกเกิด 2 อัน ของเด็กหญิงและเด็กชาย ระบุชื่อบุคคลในประวัติศาสตร์ที่ถึงแม้จะเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดแต่ก็สมรสกันเอง เพราะไม่ยอมให้ความเป็นพี่น้องมาขวางกั้นความรัก

“ดื่ม”

เมื่อกวีเปรียบชนิดของเครื่องดื่มกับตัวตนของคน ดีไซเนอร์จึงตีความออกมาในรูปแบบของแก้ววิสกี้ที่ว่างเปล่า แต่มีของเหลวลักษณะคล้ายกับวิสกี้ไหลซึมออกมาที่ก้นแก้ว ซึ่งเสมือนกับตัวตนของคนที่พยายามปกปิดแต่ก็ปิดไม่มิด ภายนอกดูเหมือนเป็นคนหัวก้าวหน้า แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นคนอนุรักษ์นิยม ซึ่งเห็นได้จากธาตุแท้ที่ไหลซึมออกมาที่ก้นแก้ว

“อุบาย”

ในขั้นตอนของการตัดใจและยอมรับความผิดหวัง เราอาจหลอกตัวเองได้ว่าไม่เป็นไรและใช้ความเศร้าผลักดันให้ก้าวต่อไปข้างหน้า เช่นเดียวกับกวีที่พร่ำบอกตัวเองว่าความเจ็บปวดสร้างประโยชน์ให้ตัวเขามากมาย แต่แท้จริงแล้วไม่มีใครหนีจากความผิดหวังไปได้ง่ายๆ ดีไซเนอร์นำความจริงข้อนี้มาถ่ายทอดผ่านกระจกเงาที่มีสายน้ำไหลผ่านตลอดเวลา เพื่อเป็นตัวแทนของหยดน้ำตาจากความเศร้าโศกในระดับที่มากมายจนกลายเป็นสายฝนได้ แม้จะพยายามใช้อุบายในการหลอกตัวเองเท่าไหร่ก็ตาม

Liberation”

บทกวีเล่าถึงสถานที่เกิดเหตุในวันจบความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคนรัก ดีไซเนอร์จึงจำลองสถานที่นั้นออกมาให้เป็นสถานที่ในความทรงจำที่ดูมืดหม่นและคลุมเครือ ภาพแม็พปิงลายมือของกวีที่ฉายวนอยู่บนผนังทุกด้านเหมือนการบันทึกความรู้สึกและเหตุการณ์ให้เป็นลายลักษณ์อักษร แม้มันจะเป็นการตอกย้ำความเจ็บปวด แต่อย่างน้อยมันก็จะอยู่ในความทรงจำของเขาเสมอ

“X” the Xhibition เป็นส่วนหนึ่งของ Bangkok Design Week 2020 ซึ่งนำเสนอชิ้นงานศิลปะโดยผ่านมุมมองหลักของการบำบัดชีวิตและจิตใจ เพื่อเปลี่ยนผ่านและอยู่รอดในยุคดิจิตอลที่แสนวุ่นวาย ตั้งแต่วันที่ 1-16 กุมภาพันธ์ 2560 นี้ และปิดท้ายด้วยคอนเสิร์ตเพื่อคนที่ต้องยอมบอกลาของ ตุล x Zweed n’Roll ในคืนวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ 

More Stories
Ornitographies