BANGKOK DESIGN WEEK 2020

จากรายงานของสหประชาชาติว่าด้วยแนวโน้มของประชากรโลก ประจำปี 2019 คาดการณ์ว่า ในปี 2050 ประชากรโลกจะเพิ่มจำนวนเป็น 9.7 พันล้านคน โดยทุกหนึ่งในหกของประชากรจะเป็นผู้สูงวัยที่มีอายุเกิน 65 ปี และสัดส่วนของประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองจะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันร้อยละ 55 เป็นร้อยละ 68 เท่ากับว่าต้องมีจำนวนเมืองหรือพื้นที่ของเมืองเพิ่มมากขึ้นเพื่อรองรับประชากรจำนวนกว่า 6 พันล้านคน ที่อาศัยอยู่ท่ามกลางความท้าทายทั้งที่คาดเดาได้และคาดเดาไม่ได้จากหลากหลายสาเหตุ ตั้งแต่สภาพอากาศแปรปรวน วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ ภัยพิบัติ ตลอดจนวัฒนธรรมความเป็นอยู่ที่ปรับเปลี่ยนไปตามสภาพสังคมสมัยใหม่ รวมถึงแรงขับเคลื่อนจากประชากรต่างถิ่นในรูปของการท่องเที่ยว และการย้ายถิ่นฐานแบบชั่วคราวและถาวร

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ทำให้เกิดแนวคิดการวางแผนและบริหารจัดการเมืองสมัยใหม่ที่ไม่เพียงให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านกายภาพเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี แต่การทำให้เมืองเติบโตอย่างยั่งยืนนั้น จำเป็นต้องส่งเสริมเมืองให้มีคุณลักษณะ “Resilience” คือมีความทนทานและการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากผลกระทบต่าง ๆ  โดยภาครัฐและเอกชนจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนมุมมองในการทำความเข้าใจสภาพปัญหา และวางแผนการพัฒนาพื้นที่และการบริหารจัดการที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของสังคมที่มีความแตกต่าง สร้างความปลอดภัยและส่งเสริมการเข้าถึงบริการสาธารณะ รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่นำไปสู่การร่วมมือกันตั้งแต่ระดับบุคคล ชุมชน สถาบัน องค์กร ให้หล่อหลอมเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นเมืองที่มีความสามารถในการอยู่รอดและเติบโตได้ในทุกสถานการณ์

ปัจจุบัน กรุงเทพมหานคร ผ่านบททดสอบจากการเปลี่ยนแปลงมากมายไม่ต่างจากเมืองอื่นๆ ของโลก แต่ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าความท้าทายในอนาคตจะเพิ่มความเข้มข้นถึงระดับใด และยิ่งไม่อาจทิ้งให้เป็นหน้าที่ของคนรุ่นหลังเพียงลำพัง ดังนั้น เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2563 หรือ  Bangkok Design Week 2020 (BKKDW 2020) ที่จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 1-9  กุมภาพันธ์ 2563 จึงอยู่ภายใต้ธีม Resilience: New potential for living ปรับตัว > อยู่รอด > เติบโต”

เจริญกรุง – ตลาดน้อย

ต้นแบบ “ย่านสร้างสรรค์” ลำดับแรกของกรุงเทพฯ แห่งนี้ คือศูนย์กลางการผสมผสานตั้งแต่อัตลักษณ์และต้นทุนทางวัฒนธรรมริมน้ำ ผู้คนหลากเชื้อชาติ ความเชื่อ การปรับตัวของพื้นที่และความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ต่อยอดปรับปรุงพื้นที่ทั้งเชิงกายภาพและศักยภาพ เพื่อผลักดันให้เจริญกรุงก้าวขึ้นสู่การเป็นย่านสร้างสรรค์ที่แท้จริง เตรียมพบกับผลงานการร่วมพัฒนาผู้ประกอบการดั้งเดิมในพื้นที่และการเติบโตไปอีกขั้นของย่านสร้างสรรค์ที่เต็มไปด้วยผลงานจากบุคลากรผู้อยู่เบื้องหลังศักยภาพของพื้นที่อย่างแท้จริง

อารีย์ – ประดิพัทธ์

การมาถึงของการสัญจรระบบรางอย่างรถไฟฟ้าBTSทำให้ย่านอารีย์-ประดิพัทธ์ เปลี่ยนแปลงไปทั้งในด้านการใช้งานและปัญหาท้าทายที่เกิดขึ้นใหม่ ที่อยู่อาศัยแนวสูง โฮลเทลและคาเฟ่สำหรับนักเดินทางรุ่นใหม่และแหล่งรวมของนักสร้างสรรค์หลากสาขา คือจุดเปลี่ยนที่สร้างให้เกิดความพยายามดีๆ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ในการดำเนินธุรกิจและคุณภาพชีวิตที่เหมาะสม ร่วมสังเกตการณ์ “อารีย์-ประดิพัทธ์” หนึ่งในพื้นที่จัดแสดงผลงานของเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2563 เมื่อทุกปัญหาจะถูกบอกเล่าและแก้ไขด้วยกระบวนการคิดและลงมือทำร่วมกันอย่างเป็นระบบของทั้งคนในพื้นที่และผู้มาเยือน

ทองหล่อ – เอกมัย

ไพร์มโลเคชั่นของกรุงเทพฯ คือนิยามของย่านทองหล่อ-เอกมัยที่นอกเหนือจากจะเป็นแหล่งรวมธุรกิจไลฟ์สไตล์แบบครบวงจรแล้ว พื้นที่แห่งนี้ยังได้รับการยอมรับอย่างสูงของโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับบน ร้านค้าสินค้าไลฟ์สไตล์ คอมมูนิตีมอลล์ และสตูดิโอสร้างสรรค์ชั้นนำระดับประเทศ ค้นพบ “ทองหล่อ-เอกมัย” ในมุมมองใหม่ที่เกิดจากการรวมตัวกันทำงานในลักษณะคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสร้างสรรค์และการดำเนินธุรกิจที่แบ่งปันและเกื้อกูล พร้อมปลดล็อกจุดติดขัดให้ทองหล่อ-เอกมัยยังคงเป็นย่านที่เต็มด้วยโอกาสอันไม่รู้จบของกรุงเทพฯพร้อมจะเติบโตเป็นแหล่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทยต่อไป

สามย่าน – พระราม 4

ย่านชาวจีนเก่าแก่ที่เป็นแหล่งรวมร้านอาหาร งานช่างเหล็ก ยานยนต์ และระบบอุดมศึกษา กำลังถูกพัฒนาให้รวมส่วนผสมของวัฒนธรรม วิถีชีวิตดั้งเดิมกับความคิดสร้างสรรค์เข้าด้วยกัน สนุกไปกับการค้นพบพื้นที่สำหรับการเรียนรู้และนำเสนอผลงานสร้างสรรค์แห่งใหม่ ที่เกิดจากความตั้งใจของภาคสถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการเอกชน และนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ในการสร้างพื้นที่ทดลองสำหรับโครงการพัฒนาพื้นที่ชุมชนที่เปิดโอกาสให้นักออกแบบได้หมุนเวียนกันมานำเสนอไอเดียและทำงานร่วมกันก่อนนำไปสู่การใช้งานจริงในอนาคต

HIGHLIGHT

Bangkok #Safezone Shelter

Creative Economy Agency (CEA X SHMA X UNESCO, BANGKOK CITY OF DESIGN

อากาศร้อน ฝุ่นเยอะ หมอกหนา ควันพิษ เราทำอะไรได้บ้าง? น่าจะเป็นคำถามที่ทุกคนอยากรู้ เพราะ “อากาศ” คือ ชีวิต คุณภาพอากาศที่ดีจึงจำเป็นสำหรับทุกลมหายใจ ปัญหาคุณภาพอากาศในกรุงเทพฯ เข้าขั้นวิกฤต จนถือเป็นภัยพิบัติ พื้นที่แห่งนี้จึงออกแบบมาให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยพิบัติ เพื่อทดลองสร้าง #เซฟโซน สำหรับทุกคน โดยมีธรรมชาติเป็นพระเอก ไม่ว่าจะเป็นพืชสีเขียว ลม และ น้ำ ร่วมกับเทคโนโลยี การออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ ต้อนรับให้ทุกคนเข้ามานั่งพักให้สบาย สูดอากาศให้เต็มปอด #พักเหนื่อยให้หายหอบพาคนที่ชอบมาหายใจ ก่อนออกไปสู้กับสงครามทาง(คุณภาพ)อากาศในเมืองด้านนอก

สถานที่จัดงาน : อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง

Everlasting Forest by GC

PTT Global Chemical Public Company Limited

พื้นที่แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ของการอยู่ร่วมกันระหว่างสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นและธรรมชาติที่อยู่รอบตัวที่ต้องการความสมดุลด้วยการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกวัสดุที่มีกระบวนการผลิตและการติดตั้งที่ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด การใช้วัสดุที่นำมาใช้ซ้ำได้ เพื่อลดปริมาณขยะ หรือวัสดุที่สามารถย่อยสลายได้เองในธรรมชาติ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากนักสร้างสรรค์ผู้ผลิตและผู้บริโภคเพื่อให้การอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และธรรมชาติอย่างสมดุลนั้นเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง

สถานที่จัดงาน : อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง

HUNDRED YEARS BETWEEN

ท่านผู้หญิง สิริกิติยา เจนเซน

ในนิทรรศการภาพถ่ายที่เปี่ยมล้นด้วยความรู้สึกของผู้บันทึกภาพครั้งนี้ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซนเดินทางตามรอยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวค้นหาร่องรอยแห่งกาลเวลาที่อาจยังถูกพิทักษ์รักษาในอ้อมกอดของธรรมชาติ อันเป็นเส้นทางเดียวกับเมื่อครั้งสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จพระราชดำเนินเยือน ในช่วงปลายพระชนม์ชีพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรนอร์เวย์เป็นเวลาหนึ่งเดือน ท่านผู้หญิงสิริกิติยาเชื่อว่าการเสด็จประพาสครั้งนี้มีนัยสำคัญอย่างยิ่งในทางประวัติศาสตร์ ท่านผู้หญิงสิริกิติยาจึงได้ศึกษาค้นคว้าพระราชหัตถเลขาที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงมีถึง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล วิมลประภาวดี กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี พระราชธิดา อย่างละเอียด รวมทั้งสำรวจตรวจสอบภาพถ่ายฝีพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก่อนออกเดินทางตามเส้นทางธรรมชาติ ชมภูมิทัศน์ที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงร้อยเรียงเรื่องราวผ่านพระอักษร และภาพทรงถ่ายไว้อย่างดีวิเศษยิ่งแม้การเสด็จประพาสนอร์เวย์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและการเดินทางของท่านผู้หญิงสิริกิติยาจะเกิดขึ้นห่างกันเกินกว่าศตวรรษหากแต่ภูมิทัศน์ดินแดนไวกิ้งอันแสนงาม ขรึมขลังลึกลับและทรงพลัง ยังคงเป็นประจักษ์พยานให้มนุษย์ตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่ยืนหยัดข้ามกาลเวลา และกระตุ้นให้ครุ่นคิดถึงการดำรงอยู่ของตนทั้งในปัจจุบันและอนาคตกาล

สถานที่จัดแสดง: อาคารศุลกสถาน หรือ โรงภาษีร้อยชักสาม

D17/20, DESIGN IN SOUTHEAST ASIA

โครงการด้านการออกแบบและงานฝีมือที่ริเริ่มโดยสถานทูตฝรั่งเศสในประเทศไทย มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาทักษะช่างให้เป็นหัวใจของการสร้างสรรค์และกระบวนการผลิต ผ่านเวิร์คช็อปที่จัดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยนักออกแบบชาวฝรั่งเศสร่วมกับนักออกแบบท้องถิ่น

สถานที่จัดงาน : บ้านพักตำรวจน้ำ

E!CUBE : KUDOS

ต่อเนื่องจากงานจัดแสดงในปีที่ผ่านมา พบกับเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งกว่าในการผลิตกระแสไฟฟ้า สืบเนื่องจากการผลิตกระแสไฟฟ้าจากแบคทีเรียในดิน ปีนี้เราจะแสดงให้เห็นว่าแม้แต่ในน้ำที่เป็นอันตรายต่อกระแสไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าก็สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เช่นกัน รวมถึงการต่อยอดไฟฟ้าจากดินที่ปัจจุบันเทคโนโลยีดังกล่าวได้ถูกพัฒนาจนสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจากทุกสิ่งรอบตัวได้อย่างน่าอัศจรรย์ และด้วยความตระหนักในสิ่งแวดล้อมเราจึงต้องการจัดแสดงนิทรรศการสำหรับผลิตกระแสไฟ้ฟ้าจากปุ๋ยอินทรีย์ที่ผลิตจากขยะอาหารที่คนทิ้งขว้าง เพื่อสร้างความตระหนักต่อทั้งด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมให้กับผู้เข้าร่วม

สถานที่จัดงาน : โอ.พี.เพลส

SA DUAK SUE : DesignPlant

DESIGN LIMITED คือต้นแบบร้านดีไซน์เชิงทดลอง ของนักออกแบบไทย ที่จะผสมผสานการนำเสนอกึ่ง Exhibition และ Concept Store ที่พูดถึง LIMIT หรือข้อจำกัด ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องเผชิญอยู่เสมอ ในสภาพแวดล้อมในเมืองใหญ่ สถาพเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน รวมไปถึง Lifestyleของผู้ใช้ การใช้งาน กระบวนการผลิต การออกแบบ ข้อจำกัดทางวัสดุ กลไกการซื้อขาย การทำธุรกิจ จึงอยากชักชวนนักออกแบบมาร่วมกันค้นหาวิธีการแก้ปัญหาจากข้อจำกัด จากกรอบเดิมๆ บนบริบทของไทยในปัจจุบัน ผ่านงานออกแบบ ที่นักออกแบบร่วมกันนำเสนอ ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ ทำให้คุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ สังคมหรือสิ่งแวดล้อมดีขึ้นในแง่มุมต่างๆ

สถานที่จัดงาน : โกดัง 30

BANGKOK SEALANDIA : SUMPHAT Gallery

ดีไซน์ไปสู่อนาคต ดีไซน์รูปแบบชีวิตในอนาคตปี 2050 ซึ่งเป็นปีที่ โลกเราจะไม่มีขั้วโลกเหนือแล้วทําให้ระดับนํ้าทะเลสูงขึ้นและท่วมพื้นที่ ส่วนใหญ่ของประเทศไทยรวมทั้งกรุงเทพฯคนกรุงเทพฯจะอยู่อย่างไรเมื่อไม่มีขั้วโลกเหนือ

สถานที่จัดงาน: บ้านเหลียวแล ตลาดน้อย

Animal Farm: Factopia

ผลงานที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับโลกทุนนิยม ทางเลือกของสินค้าที่ดูเหมือนมีมากมายในท้องตลาด กลับถูกผลิตในโรงงานเดียวกัน ต่างแค่ตราประทับสินค้า วัตถุดิบ การแปรรูป จัดส่ง จัดจำหน่ายถูกควบรวมทั้งระบบด้วยเจ้าของเดียวกัน เราต่างเป็นผู้ที่มีโอกาสเลือกและไม่ได้เลือก มาร่วมเรียนรู้ชุดความจริงตรงหน้าและอยู่ร่วมกับมัน

สถานที่จัดงาน : บ้านเหลียวแล ตลาดน้อย

More Stories
Airportraits
Airportraits