bauhaus imaginista

เบาเฮาส์ มีสถานะเป็นโรงเรียนนานาชาติตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้งในปีค.ศ. 1919 ที่เมืองไวมาร์ เยอรมนี โดยมีผู้สนใจทั้งจากยุโรปและเอเชียหลั่งไหลเข้ามาทั้งในฐานะอาจารย์และนักศึกษา และมีแนวทางศิลปะที่ควบรวม อิทธิพลความคิดหลากหลายจากแต่ละสมัยเหตุการณ์ กระบวนการเคลื่อนไหวทางศิลปะและงานฝีมือ, สังคมนิยม, ลัทธิคอมมิวนิสต์, ลัทธิจิตวิญญาณ, การระเบิดทางความคิดสร้างสรรค์ของสังคมโซเวียต และกระบวนการเคลื่อนไหวด้านสถาปัตยกรรมที่เรียกว่านอยเอส เบาเอ้น Neues Bauen (อาคารใหม่) ปีค.ศ. 1933 พรรคชาติสังคมนิยมเยอรมันออกคำสั่งปิดสถานศึกษาศิลปะเบาเฮ้าส์ และใช้ความรุนแรงบังคับ จนทุกคนต้องแยกย้ายกระจัดกระจายกันไป สมาชิกหลายคนหลบหนีออกจากเยอรมนี ผลที่ตามมาคือกลุ่มเบาเฮ้าส์ได้เล็ดลอดออกมาสู่ประเทศและวัฒนธรรมนอกยุโรป นิทรรศการจากโครงการ เบาเฮาส์ อิมาจินิสต้า แสดงวิวัฒนาการของเบาเฮ้าส์พร้อมไปกับความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับนานาชาติ ผ่านความร่วมมือด้านต่างๆ ทั้งด้านการค้นคว้าวิจัยกับนักวิชาการจากบราซิล จีน อินเดีย ญี่ปุ่น โมร็อกโก ไนจีเรีย รัสเซีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา

ข้อมูลการสำรวจประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาจะเผยให้ผู้ชมนิทรรศการเห็นถึงรูปแบบความสัมพันธ์ของเบาเฮาส์กับโรงเรียนอื่น ๆ และลัทธิโมเดิร์นนิสม์ในระดับสากล รวมทั้งพัฒนาการด้านแนวความคิดของเบาเฮ้าส์ ไม่ว่าจะถูกหักเห ดัดแปลงให้เหมาะสม หรือปฏิเสธ อันเนื่องมาจากการเข้ามาติดต่อในพื้นที่ของชาติต่างๆ ที่อยู่ในสภาวการณ์การต่อสู้กับสงครามเย็น ความขัดแย้งทางการเมือง หรืออยู่ภายใต้อำนาจเผด็จการ ไปจนถึงกระบวนการปลดปล่อยอาณานิคมและโครงการพัฒนาต่างๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงสถานะความเป็นสากลของเบาเฮ้าส์ที่ทั้งข้ามยุคสมัยข้ามชาติและเกี่ยวพันกับประเด็นร่วมสมัย ซึ่งพัฒนามาจากการเชื่อมเครือข่ายนักวิจัยและศิลปิน

นิทรรศการแบ่งออกเป็นสี่หัวข้อหลักคือ การปฏิรูปการเรียนการสอน, ดุลยพินิจการออกแบบ, วัฒนธรรมทางวัตถุในภูมิภาคนอกทวีปยุโรป และ ธรรมเนียมปฏิบัติในงานทัศนศิลป์เชิงทดลอง โดยนิทรรศการนำเสนองานสี่รูปแแบบคือ 1. “Bauhaus Manifesto” โดย วอลเตอร์ โกรปิอุส (Walter Gropius งานจากปีค.ศ.1919) ซึ่งสำรวจถึงการปฏิรูปการเรียนการสอน 2. “Carpet” งานจิตรกรรมของ พอล คลี (งานจากปีค.ศ.1927) ที่พินิจถึงการหยิบยืมทางวัฒนธรรม 3. “Collage” งานภาพยนตร์โดยผู้กำกับ มาร์เซล บรอยเออร์ (งานจากปีค.ศ.1926) ตั้งคำถามถึงวิวัฒนาการงานดีไซน์ที่เกี่ยวข้องกับคตินิยม 4. “Reflektorische Farblichspiele” อุปกรณ์เล่นแสงสี โดย ควร์ท ชแวร์ทเฟกเกอร์ (งานจากปีค.ศ.1922) ซึ่งเป็นเพอร์ฟอร์มแมนซ์อาร์ตการทดลองแสงและเสียง นอกจากนี้ยังมีการฉายภาพยนตร์สมัยใหม่ที่สร้างโดยศิลปินมีชื่อ อาทิ กลุ่มโอโทลิท (Otolith Group) และ ศิลปินหญิงชาวดัทช์ เวนเดอเลียน ฟาน โอลเดนบูร์กห์ (Wendelien van Oldenborgh)

โครงการ เบาเฮาส์ อิมาจินิสต้า เป็นผู้รวบรวมแนวคิด การค้นคว้า เอกสารบันทึก วัตถุต่างๆ ที่แสดงในนิทรรศการสัญจรครั้งนี้ โดยมีศิลปินลุก้า ฟราย (Luca Frei) ออกแบบโครงสร้าง – ประติมากรรมชิ้นส่วน, ส่วนนิทรรศการสถาปัตยกรรม – ให้เป็นพื้นที่สำหรับผู้เข้าชมที่จะได้เข้ามาร่วมในโครงการ ซึ่งนำเสนอทั้งการค้นคว้าของภัณฑารักษ์ ข้อความและภาพที่เกี่ยวข้องกับสี่หัวข้อข้างต้น และเอกสารบันทึก วัตถุต่างๆ จากโครงการ เบาเฮาส์ อิมาจินิสต้า นานาชาติ จากปีค.ศ. 2018

ในนิทรรศการงานติดตั้งครั้งนี้มีเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นหลักที่ผู้เข้าชมสามารถเรียกดูวารสารออนไลน์ bauhaus imaginista และพิมพ์เนื้อหาที่เป็นภาพและข้อความเพื่อรวบรวมใส่ในโฟลเดอร์ที่จัดไว้ให้ นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมภาพยนตร์ ซึ่งล้วนเป็นผลงานล่าสุดเกี่ยวกับความเป็นเบาเฮาส์และประวัติเบาเฮาส์ สร้างสรรค์โดยศิลปินร่วมสมัยและนักค้นคว้าจากนานาชาติ อาทิ Zvi Efrat, Kader Attia, กลุ่ม Otolith และ ศิลปินหญิง Wendelien van Oldenborgh

โครงการ เบาเฮาส์ อิมาจินิสต้า เป็นโครงการความร่วมมือของ Bauhaus Kooperation Berlin Dessau Weimar, สถาบันเกอเธ่ (Goethe-Institut) และ Haus der Kulturen der Welt ได้รับทุนจากกระทรวงการต่างประเทศและมูลนิธิวัฒนธรรมแห่งชาติ เนื่องในโอกาส “ครบรอบ 100 ปีเบาเฮาส์” โครงการนี้จัดทำโดยภัณฑารักษ์ Marion von Osten และ Grant Watson โดยความร่วมมือกับทีมนักวิจัยนานาชาติ

เรียนเชิญทุกท่านวันที่ : 22 มกราคม 2563 – 09 กุมภาพันธ์ 2563
หอศิลปวัฒนะรรมกรุงเทพ ( Bacc ) ห้องสตูดิโอ ชั้น 4

More Stories
1984 : Architecture of Big Brother