Colour and Politics

ความหมายภายใต้สีของพรรคการเมือง

คุณเคยสังเกตุกันไหมว่าทำไมขั้วทางการเมืองที่เป็นขั้วตรงข้ามกันของประเทศที่มีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยนั้นมันจะมีรูปแบบของสีที่คล้ายๆกัน ไม่ว่าจะเป็น Democrats–Republicans ของสหรัฐอเมริกา Conservative-Labour ของสหราชอาณาจักร หรือ เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ ของประเทศเรา คือสีฟ้าและสีแดง ที่เป็นคู่สีที่แสดงออกถึงจุดยืนและอุดมการณ์ที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว สีมีความสำคัญในการแสดงออกของพรรคนั้นๆอย่างไร? และสีสื่อสารอะไรกับเรา?

ในแง่ของการออกแบบนั้น สีมีผลต่อการรับรู้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง มีผลต่ออารมณ์ความรู้สึก และสีมีผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อสมองของเรา เรามักจะมีรู้สึกที่แตกต่างกันเมื่อมองไปที่สีที่ไม่เหมือนกัน เช่น สีแดงให้ความรู้สึกร้อน รุนแรง สีเขียวให้ความรู้สึกผ่อนคลาย หรือสีขาวให้ความรู้สึกสะอาดบริสุทธิ์ ทำให้สีจึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการตัดสินเลือกอะไรบางอย่างอย่างที่เราคาดไม่ถึง

สีของพรรคการเมืองก็เช่นกัน ที่ให้ทั้งความรู้สึกกับเรา สื่อสารกับเรา และเป็นส่วนหนึ่งในการจดจำที่ส่งผลไปสู่การตัดสินใจเลือกพรรคนั้นๆของเราสีจึงเป็นเหมือนโลโก้ของพรรคที่ต้องเข้าใจง่าย เข้าถึงง่าย และง่ายต่อการจดจำ แต่การที่ได้มาซึ่งสีแต่ละสีนั้นมีความหมาย เพราะสิ่งนั้นจะสะท้อนความเป็นตัวตนและจุดยืนของพรรคที่มีความเชื่อมโยงต่อสีที่มีความเป็นสากล

สีอะไรหมายถึงอะไรบ้างในทางการเมือง?

สีแดง หมายถึง สังคมนิยม คอมมิวนิสม์ และกลุ่มแนวคิดฝ่ายซ้าย

สีฟ้า หมายถึง อนุรักษ์นิยม และกลุ่มแนวคิดฝ่ายขวา

สีเขียว หมายถึง กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือ กลุ่มศาสนาอิสลาม

สีเหลือง หมายถึง เสรีนิยม

สีดำ หมายถึง ลัทธิอนาธิปไตย และลัทธิฟาสซิสต์

จากสีที่ยกตัวอย่างมานี้เองพรรคการเมืองต่างๆได้นำเอาสีเหล่านี้มาเป็นสิ่งที่แสดงออกทางจุดยืนของพวกเขาและสืบเนื่องมาถึงปัจจุบันที่พรรคการเมืองใหม่ๆได้หยิบนำเอาสีต่างๆมาใช้ หรือนำมาผสมกันเป็นสีอื่นเพื่อแสดงถึงจุดยืนและอุดมการณ์ที่แตกต่างจากแบบแผนเก่าที่เคยมีมา

ฟ้า – แดง ขั้วตรงข้ามตลอดกาล

ขั้วตรงข้ามทางการเมืองแบบ “ฟ้า – แดง” นี้เป็นรูปแบบที่เราจะเห็นได้ทั่วไป แต่ขั้วตรงข้ามนี้ไม่ใช่ได้มาด้วยความบังเอิญแต่อย่างใด แต่มาจากการแสดงจุดยืนที่แตกต่างกันสุดขั้วของ Conservative และ Labour ในสหราชอาณาจักร

พรรค Labour ใช้สีแดงที่หมายถึง “Angry workers” หรือ “แรงงานผู้โกรธแค้น” โดยที่มานั้นมาจากการก่อจลาจลในฝรั่งเศสของชนชั้นแรงงานในปี 1789 ซึ่งมาจากประโยคที่ว่า “The blood of the angry workers” หรือ “เลือดของเหล่าแรงงานผู้โกรธแค้น” เป็นการแสดงออกของการต่อสู้กับชนชั้นสูงเพื่อสิทธิเสรีภาพของชนชั้นแรงงาน และไม่ใช่เพียงแค่นั้น “ธงสีแดง” ยังเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มทาสที่ลุกขึ้นมาปฎิวัติของกรุงโรม ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นของการสิ้นสุดการปกครองของกรุงโรมอีกด้วย พรรค Labour ก็ได้นำเอาธงสีแดงมาใส่ในท่อนแรกของเพลงประจำพรรคที่ร้องว่า “The people’s flag is deepest red” 

สัญลักษณ์ประจำพรรค Labour

ส่วนพรรค Conservative นั้น ถึงแม้ที่มาของสีฟ้าจะไม่ได้มีเรื่องราวเข้มข้นเท่าพรรคขั้วตรงข้าม แต่เดิมทีก่อตั้งมาจากพรรค Tory หรือเหล่าขุนนางในสมัยนั้น และในปัจจุบันพวกเขายังถูกเรียกขานว่า “Tory” เฉกเช่นในอดีต เดิมทีสีของพรรคนั้นคือสีธง Union Jack (ธงสหราชอาณาจักร) ที่ประกอบด้วย สีแดง สีน้ำเงิน และสีขาว แต่เมื่อสีแดงที่เป็นตัวแทนของระบบสังคมนิยมและคอมมิวนิสม์ เหล่า Tory จึงเลือกใช้สีน้ำเงินแทน ซึ่งสีน้ำเงินนี้เป็นการบ่งบอกถึงลักษณะของนักการเมืองของพรรคว่าเป็นเหล่ามืออาชีพ ดูดี สง่างาม และมีความอดทน 

สัญลักษณ์ประจำพรรค Conservative

แม้ว่าขั้วทางการเมืองในยุคแรกเริ่มนั้นเป็นของพรรค Conservative – Liberal แต่ในช่วงปี 1920 ความนิยมในฝ่ายเสรีนิยมลดลงอย่างมากทำให้พรรค Labour ก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งสำคัญจนมาถึงปัจจุบันด้วยจุดยืนและอุดมการณ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ฝ่าย Conservative นั้นยึดหลักอนุรักษ์นิยม ที่ยึดคือสิ่งดีงามในอดีตมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติ (กลาง-ขวา) แต่ฝ่าย Labour ยึดถือหลักสังคมนิยม (กลาง-ซ้าย) 

และอีกหนึ่งพรรคที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ พรรค Liberal Democrats ที่เกิดจากการรวมตัวของพรรค Liberal และพรรค Social Democratic ในปี 1988 จากจุดยืนของพรรค Liberal ที่เน้นหลักเสรีนิยม (สีเหลือง) บวกกับความเป็นประชาธิปไตยแบบสังคมนิยมของพรรค Social Democratic (สีแดง) สีประจำพรรคของพรรคใหม่ที่มากจากการรวมกันนี้จึงเป็น “สีส้ม” 

สัญลักษณ์ประจำพรรค Liberal Democrats

เสรีนิยมคือแนวคิดที่ตั้งอยู่บนความเสรีภาพและความเสมอภาค สนับสนุนให้ทุกคนมีความคิดอย่างเสรี ทุกคนมีสิทธิพลเมืองเท่าเทียมกัน มีตลาดที่แข่งขันแบบเสรีไม่ใช่แบบผูกขาด หรือแม้กระทั่งความเท่าเทียมกันทางเพศ เมื่อนำเอาหลักแนวความคิดนี้มารวมกับสังคมนิยมแล้ว ดูเหมือนจะเป็นขั้วทางการเมืองที่มีความแตกต่างจากทั้งฝ่าย “สีฟ้า” และ “สีแดง” อย่างเห็นได้ชัด “สีส้ม” จึงเป็นอีกขั้วหนึ่ง ซึ่งได้รับเสียงโหวตจำนวนหนึ่งจากประชาชนในประเทศ

ฟ้า – แดง ที่สลับขั้ว

มาที่ประเทศสหรัฐอเมริกาที่จุดยืนของขั้วทางการเมืองระหว่าง “ฟ้า – แดง” นั้นแตกต่างออกไป ในฝ่ายของ Democrats (สีฟ้า) ที่ยึดหลักเสรีนิยมสมัยใหม่ สนับสนุนความเสมอภาคทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจไปพร้อมๆกับรัฐสวัสดิการ แต่ฝ่าย Republicans (สีแดง) ที่เป็นพรรคการเมืองอนุรักษ์นิยม ที่สนับสนุนนโยบายเก็บภาษีต่ำ เศรษฐกิจแบบทุนนิยมตลาดเสรี ต้องการที่จะรักษาค่านิยมเดิมของชาวอเมริกันเอาไว้ ทั้งเรื่องชาติพันธุ์ ผิวสี ศาสนา หรือแม้กระทั่งสภาพเพศ ที่ทั้ง 2 ขั้วจะดูเหมือนจะเป็นการสลับกันของขั้วสี Conservative – Labour ในสหราชอาณาจักร

จุดยืนทางการเมืองที่เหมือนสลับขั้วเช่นนี้ แล้วที่มาของสีนั้นเหมือนกันหรือไม่? คำตอบคือ เรื่องของที่มานั้นอาจจะไม่ได้เข้มข้นเหมือนกับของ Conservative – Labour แต่การแบ่งสีประเภทเช่นนี้เกิดขึ้นจากการแสดง Graphic ของผลการเลือกตั้งในแต่ละรัฐ ซึ่งสีทั้ง 2 สี เป็นตัวแทนของพรรคทั้ง 2 พรรคนั่นเอง

และมีเหตุการณ์ที่ดูเหมือนจะขัดแย้งกับสีของพรรคทั้ง 2 ในปัจจุบันคือ ในการเลือกตั้งปี 1980 ของสหรัฐอเมริกาที่ Ronald Reagan ตัวแทนจากพรรค Republican ชนะอย่างถล่มทลายนั้น มีการลงสี Graphic ที่แสดงผลการเลือกตั้งของรัฐที่เขาชนะด้วยสีน้ำเงิน ผ่านการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ และนักข่าวยังให้นิยามกับการชนะของเขาครั้งนี้ว่า “A suburban swimming pool” เพราะมาจากการแทนพรรค Republican ด้วยสีน้ำเงินและพื้นที่ของรัฐที่เขาชนะเลือกตั้งรวมกันแล้วนั้นกว้างใหญ่เหลือเกิน

Graphic Real-Time การเลือกตั้งประธานธิบดีสหรัฐอเมริกาปี 1980

สื่อนั้นเป็นผู้กำหนดสีนี้ขึ้นมา และสีทั้ง 2 สีนี้ก็มาจากสีของธงชาติสหรัฐนั่นเอง แต่การแทนสีให้กับพรรคการเมืองของสื่อนั้นนับเป็นการกำหนดภาพลักษณ์ของพรรค และนำไปสู่การเป็นสัญลักษณ์ของอุดมการณ์ที่แตกต่างกัน จนกระทั่งปี 2000 มีการใช้คำว่า “Blue State” แทนรัฐที่เป็นฐานเสียงของ Democrats และ “Red State” แทนรัฐที่เป็นฐานเสียงของ Republicans 

การใช้สีทั้ง 2 นี้ร่วมกันนี้ก็มีเช่นกัน โดยทั้ง Democrats และ Republicans มีโลโก้ที่ใช้ทั้งสีแดงและสีน้ำเงินกันทั้งคู่ ซึ่งการใช้สีแบบนี้นับเป็นอีกนัยยะหนึ่งที่แสดงถึงความรักชาติ เพราะเป็นการนำสีของธงชาติมาใช้ คือ สีแดง สีน้ำเงิน และสีขาว เราจะเห็นแนวคิดนี้จากพรรคการเมืองหลายพรรคในประเทศอื่นที่นำเอาสีของธงชาติมาใช้แสดงถึงนัยยะของความรักชาติที่พรรคการเมืองนั้นต้องการจะสื่อ

Democrats-Repubilcans

การเมืองเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนเพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีความคิดเห็นตรงกันหมด แต่การที่คนเรามีความเห็นต่างในระบอบประชาธิปไตยนี้ถือเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมเพราะเป็นสิ่งที่สามารถช่วยขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าได้ สีอาจจะไม่มีความสำคัญเท่าอุดมการณ์แต่อุดมการณ์ก็แสดงออกได้ผ่านสีที่ได้รับการคิดและออกแบบมาอย่างดีเช่นกัน สุดท้ายนี้ไม่ว่าคุณจะมีความคิดที่ตรงกับขั้วการเมืองใดหรือสนับสนุนพรรคการเมืองไหนก็ตาม เพียงแต่การเห็นต่างอย่างสร้างสรรค์ และซื่อสัตย์ต่ออุดมการณ์ไม่มีเปลี่ยนเหมือนกับสีของขั้วการเมืองที่ยืนหยัดอย่างไม่เปลี่ยนแปลงแล้ว ผมเชื่อว่าเราจะเห็นศักยภาพของระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบ ประเทศจะเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง และเราจะเห็นคุณค่าของประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

More Stories
Maraya Concert Hall
Maraya Concert Hall