A House
Without
Home

“ศิลปะจัดวางที่ตั้งคำถามต่อมุมมองของ ‘บ้าน’ ถ่ายทอดผ่านโครงสร้างขนาดใหญ่ที่สะท้อนแนวคิดของการเปลี่ยนแปลง”

ปัจจัยของมนุษย์นั้นมี 4 ประการ คือ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค ซึ่งสิ่งเหล่านี้มิใช่สิ่งอํานวยความสะดวก แต่เป็นสิ่งที่จําเป็นของมนุษย์สําหรับการดํารงชีวิต ที่พักอาศัย หรือบ้านนั้นเป็นหนึ่งในสิ่งสําคัญที่มนุษย์ต้องมี แต่เมื่อเจาะลึกเข้าไปถึงคําว่าบ้านแล้ว บ้านยังถูกกําหนดว่าเป็นรากฐานของวัฒนธรรม เป็นที่ที่บ่มเพาะและสั่งสอนผ่านบุคคลรอบข้างและสภาพแวดล้อม แต่เมื่อมนุษย์ต้องเปลี่ยนแปลงพื้นที่อยู่อาศัยทำให้การปรับตัวทางวัฒนธรรมจึงเกิดขึ้น

ในปัจจุบันที่อยู่อาศัยได้ถูกพัฒนาเพื่ออํานวยความสะดวกในชีวิตประจําวัน และขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น ทําเลที่ตั้ง, ขนาดของที่อยู่ หรือแม้กระทั่งเรื่องความปลอดภัย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนถูกประกอบขึ้นตามวิวัฒนาการ เพื่อรองรับความต้องการในหลายแง่ของมนุษย์

“จากการสังเกตเห็นการเปลี่ยนผ่านที่อยู่ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในการใช้ชีวิตของนายไกร ศรีดี ศิลปินผู้นี้จึงเกิดการตั้งคำถามและวิเคราะห์คำว่า “บ้าน” อย่างจริงจัง เนื่องจากบ้านเป็นคำที่มีความเป็นนามธรรม ซึ่งขึ้นอยู่กับการตีความของแต่ละคน บางคนอาจจะมองเห็นว่าบ้านคือที่อยู่ที่สุขสบายใจและเพรียบพร้อมต่อการพักผ่อน หรือบางคนอาจจะมองว่าบ้านเป็นที่ที่กักขังความอิสระจนต้องหาทางดิ้นรนออกมาใช้ชีวิตเองตามที่ตนต้องการ”

เนื่องด้วยการเปลี่ยนผ่านที่อยู่ของไกรที่เลือกออกจากกรุงเทพมาพำนักและศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ การแทรกซึมของอุปนิสัยหรือวัฒนธรรมจากพื้นที่เหล่านั้นได้ปรับเปลี่ยนตัวตนของไกรอย่างไม่รู้ตัว จนเมื่อไกรได้สำรวจการเปลี่ยนผ่านเหล่านั้นจึงได้ค้นพบมุมองและความหมายของคำว่า “บ้าน” ในทรรศนะของเขา เกิดเป็นแนวคิดหลักของผลงานนี้ก็คือ “ความไม่แน่นอน และการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่อาศัย”

เขาจึงเลือกใช้วัสดุที่ยืดหยุ่นและเป็นธรรมชาติอย่างไม้ไผ่ มาสอดประสานกันเป็นโครงสร้างแบบไร้เสา เพื่อสะท้อนวิธีคิดแบบสถาปัตยกรรมที่อ้างอิงจาก Buckminster Fuller นักออกแบบและสถาปนิกผู้สร้าง Geodesic dome ด้วยหลักแนวคิดของ Fuller ที่สะท้อนถึงเรื่องของที่อยู่อาศัยแบบเคลื่อนที่ได้ และหลักกการพยุงกันเองของโครงสร้าง

ทำให้ไกรเลือกหยิบวิธีคิดนี้มาใช้กับผลงานของเขา และรูปทรงของผลงานที่อ้างอิงจากรูปทรงของดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ โดยผ่านแผนที่ภูมิศาสตร์ซึ่งเชื่อมโยงกับพื้นที่ที่เขาพำนักอยู่ จึงเกิดเป็นรูปทรงอุโมงค์ขนาดใหญ่ที่ผู้ชมสามารถเดินเข้าไปสำรวจภายในได้

ในส่วนของ visual ที่ฉายลงนั้น ไกรเลือกหยิบเอาวิดีโอของการเดินทางระหว่างกรุงเทพ-เชียงใหม่มาตัดต่อให้สลับและเชื่อมต่อระหว่างกันโดยแบ่งเป็น 4 ช่องตามสัดส่วนของโครงสร้าง ซึ่งปรากฏผลให้โครงสร้างเกิดภาพเสมือนการเคลื่อนที่อย่างไร้ระเบียบแบบแผน

เปรียบเสมือนการเดินเข้าไปในอุโมงค์ที่ไร้กาลเวลา-สถานที่ และแสงเงาจากวิดีโอที่พาดผ่านกันเองภายในงานทำให้เกิดความกลมกลืนภายในโครงสร้าง ที่สะท้อนแนวคิดของการเปลี่ยนแปลง, การเดินทาง, และความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นตลอดเวลาในชีวิตมนุษย์

Element ต่างๆในงานที่ไกรเลือกสรรมานั้น เป็นการย้ำเตือนให้นึกถึงความไม่ถาวรที่เกิดขึ้นเสมอต่อชีวิตของเขาเอง และเขาก็ตระหนักได้ว่า “มนุษย์สามารถปรับเปลี่ยนตนเองให้เข้ากับพื้นที่ไหนก็ได้ แต่มนุษย์ยังคงต้องการปัจจัยพื้นฐานสำหรับใช้ชีวิต หนึ่งในนั้นก็คือ บ้าน”